เรื่องเล่าจากพระป่า 03.ตอน: กัมมัฏฐานหลวงปู่มั่น

ตอน: กัมมัฏฐานหลวงปู่มั่น

โดย กัณหาชาลี (วารสารกระแสใจ) 

การฝึกสมาธิในระยะนั้น พระหนุ่มตั้งใจปฏิบัติอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีความรู้สึกนึกคิดอื่นใดมารบกวนจิตใจเลยร่างกายก็
แข็งแรง มีสติตั้งมั่น ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถ อาการ ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด กระพริบตา อ้าปาก มองซ้าย
มองขวา ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด องค์ภาวนาก็เห็นชัดเจน กำหนด พุทโธ ลมเข้าออกชัดเจนมาก อานาปานสติชัดเจนมาก
เห็นต้นของลม เห็นกลางของลม เห็นปลายของลม ชัดเจนอยู่ตลอดเวลา ประคองอารมณ์อยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ สมาธิ
ตั้งมั่นเป็น อุปจาร-สมาธิ เลยไม่ต้องนึก ไม่ต้องคิด อาการของลมดำเนินไป อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ร่างกายตั้งตัวตรงอย่างแน่วแน่ เหมือนว่าสิ่งทิ่เราเห็นนั้นมีอยู่ตลอดเวลา

มอบตัวเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น

เมื่อมีสมาธิตั้งมั่น กำหนดสติอย่างต่อเนื่อง จนเห็นเป็นนิมิตเกิดขึ้นอย่างทันที และก็มีภาพนิมิตของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ยืนอยู่ด้านหน้า ท่านมาสอนกรรมฐานอีกครั้ง สำหรับพระหนุ่ม แล้วไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีพระมหาเถระชื่อมั่น เพราะครั้งที่
เป็นฆราวาสก็ไม่เคยรู้มาก่อนเช่นกัน แต่พอเห็นนิมิตเกิดเป็นภาพ พระมหาเถระเกิดต่อหน้า มายืนปรากฏต่อหน้าอย่าง
ไม่คาดคิด ขณะนั้นจิตก็เกิดความสงสัย จึงถามขึ้นว่าท่านเป็นใคร มาจากไหน ท่านก็ตอบว่าท่านชื่อ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
แห่งวัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร จิตก็ถามท่านว่า "ท่านสอนกรรมฐานได้ไหม ถ้าท่านสอนได้ช่วยกรุณาสอนให้ผมด้วย
ขอรับ" "ผมขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ท่านหลวงปู่ หลวงปู่รับผมเป็นลูกศิษย์ได้ไหมขอรับ" หลวงปู่มั่นตอบรับเป็นลูกศิษย์ และ
ได้สอนวิธีปฏิบัติทันที ท่านก็สอนวิธีครองผ้าแบบลูกบวก ขณะที่พระหนุ่มนั่งครองผ้า (ห่มผ้า) แบบรัดอก (ห่มดอง) หลวงปู่มั่นสอนการกราบเบญจางคประดิษฐ์ แล้วให้กล่าวคำขอขมาพระรัตนตรัยก่อน พระหนุ่มก็ปฏิบัติตามหลวงปู่มั่นสอน แล้วก็มอบตัว
เป็นศิษย์ของท่าน

หลวงปู่มั่นสอนกำหนดจิต

หลวงปู่เริ่มสอนกรรมฐานการกำหนดจิตที่ตั้งมั่นได้เร็วทำอย่างไร ท่านก็ให้กำหนดดูลมหายใจก่อนในเบื้องต้น ที่ปลายจมูก และสมาธิเบื้องต้น พอรู้ลมที่กระทบที่ปลายจมูกจิตสงบเพียงเล็กน้อย ท่านเรียกว่านี่คือ ขณิกสมาธิ แล้วเลื่อน จิตตามดูลมเข้า
ลมออกว่าลมไปถึงไหน ให้มีสติรู้ตลอดลมเข้าออกว่าต้นลมเริ่มที่จุดไหน กลางลมอยู่ที่จุดไหนและปลายลมอยู่ที่จุดไหน เมื่อ
เห็นลมละเอียดแล้วท่านเรียกว่า อุปจารสมาธิ เมื่อจิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์ใด ๆ ร่างกายก็ตั้งตรงมั่นคงสง่างาม จิต
ตื่นตัวรู้อารมณ์เบาสบาย กายหายไปทั้งหมดมีแต่เห็นท่อลมเข้าออกอย่างชัดเจน แจ่มแจ้ง กลางคืนเหมือนกลางวัน กลางวันเหมือนกลางคืน นั่งภาวนาอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอาการเวทนามารบกวน เรียกว่า อัปปนาสมาธิ นั่งได้เป็นคืน ให้จิตอยู่ที่ตัวเราเสมอ ไม่ส่งจิตออกนอกตัว จิตก็เปล่งรัศมีเอง จนสามารถมอง เห็นทุกอย่างที่ต้องการ นี่คือผลพลอยได้จากการฝึกสมาธิ

แต่อย่างไรก็ตาม พระหนุ่มคิดว่าท่านได้อำนาจของสมาธิ แต่ยังไม่ถึงจุดที่ท่านต้องการและจุดที่องค์สมเด็จพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าต้องการ  ทำให้ท่านตั้งใจฝึกทำไปเรื่อยๆ วิธีกำหนดจิต  ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ห้ามนึกหรือคิดเรื่องใดๆให้มา
วุ่นวาย  ตัดความอยากทุกอย่างออกไปอย่าให้มารบกวนจิต เพราะจะทำให้จิตไปยึดติดกับอารมณ์ที่เป็น การทำกรรมฐาน
ต้องมีสติรู้ตัวอยู่ ตลอดทุกเมื่อ จึงจะเรียกว่าทำกรรมฐานที่ถูกและได้ผล (ปฏิเวท) คือผลจากการปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน

หลวงปู่มั่นสอนกำหนดยืน

หลังจากนั้นหลวงปู่ก็สอนกำหนดยืนให้น้อมจิตดูการยืนของตัวเราก่อน  แล้วให้นึกลงไปในกายสังขารที่เป็นรูปร่างกาย
ภายนอก  ร่างกายภายใน ให้ละเอียดชัดเจน อย่าให้จิตออกไปที่อื่นให้รู้ว่ายืนอยู่ พร้อมกำหนดภาวนาว่ายืนอยู่ๆ กำหนดไปเรื่อยๆ จนจิตเป็นสมาธิ ไม่มีเรายืน เป็นแต่เพียงรูปกายยืน เห็นเป็นเพียงธาตุยืนเท่านั้น นี่คือวิธีการยืนสมาธิที่ถูกต้อง

หลวงปู่มั่นสอนเดินจงกรม

หลวงปู่มั่นสอนเดินจงกรมให้พระหนุ่ม ท่านก็ได้แต่ ทำตามที่หลวงปู่สอนในนิมิต หลวงปู่มั่นสอนว่าการเดินจงกรม จะช้า
หรือเร็วก็อยู่ที่อารมณ์สมาธิ เมื่อเวลาเดินให้ภาวนาว่า พุทโธ โดยให้ก้าวเท้าขวาออกไปก่อน พอยกเท้าขึ้นให้ภาวนาว่า พุท
พอเหยียบเท้าลงให้ภาวนาว่าโธ ขวาพุท ซ้ายโธ พอหยุดก็กำหนด ว่าหยุดอยู่ หยุดอยู่ กลับอยู่ กลับอยู่ หรือกลับเลยก็ได้
ไม่ต้องบริกรรมคำภาวนาว่ากลับ ในขั้นต้นก็ทำอย่างนี้ พอเดินขั้นที่สองและขั้นต่อไป พระหนุ่มก็ทำตามที่ หลวงปู่มั่นสอน
ในนิมิต ซึ่่งพระหนุ่มก็ได้รับกรรมฐานจากหลวงปู่มั่นในนิมิตเท่านั้น และก็ทำตามที่หลวงปู่สอนแล้วก็ได้ผล คือทำให้จิตสงบ
ง่ายขึ้น หากจะถามว่าทำไมหลวงปู่จึงมาสอนท่านในนิมิต พระหนุ่มก็นึกย้อนไปในวันนั้น ก่อนที่ท่านจะนั่งสมาธิ ท่านคิด
ขึ้นมาเองว่า ต้องอาศัยบุญของครูบาอาจารย์ที่เก่งๆ มาช่วยสอนในทางพลังจิต ก็จะทำให้เรามีสมาธิดีและทำได้เร็ว

พระหนุ่มเคยตั้งจิตอธิษฐานว่า  "ถ้ามีบุญจะได้บวชอยู่ในพระพุทธศาสนา ขอให้ครูบาอาจารย์ที่เก่งในการทำสมาธิมา
สอน ในนิมิตให้ด้วยเถิด" คงจะเป็นเพราะเหตุนี้ก็ได้ที่หลวงปู่เมตตามาสอนหรือเป็นแค่นิมิตธรรมดา และท่านก็บอกว่า
ห้ามติดในนิมิต ห้ามติดในสุข ถ้าชอบปฏิบัติธรรมเพื่อไปสู่แดนพุทธภูมิและได้ไป เห็นพระพุทธเจ้าด้วยพระหนุ่มอยากเห็น
พระพุทธเจ้า ท่านก็เลยอธิษฐานจิตในนิมิตนั้นว่า  "ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าได้ไปถึงแดนพระพุทธภูมิด้วยเถิด" แล้วก็ออกจากกรรมฐาน ท่านสามารถจดจำวิธี การสอนของหลวงปู่มั่นได้ทุกอย่าง บัดนี้ความลังเลสงสัยในตัวหลวงปู่มั่นได้
มลายหายไปหมดสิ้นแล้ว  คำถามที่ว่าหลวงปู่มั่นเป็นใคร มีตัวตนหรือไม่ ท่านก็ได้คำตอบแล้ว คงมีแต่ความตั้งใจใน
การปฏิบัติธรรม และความเพียรที่ยังคงอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในใจของพระหนุ่ม เพื่อวันนั้นในภายหน้าที่จะได้บรรลุธรรมและ
ได้ไป พบเห็นพระพุทธเจ้าในแดนพุทธภูมิต่อไป