อย่างโยคีที่ปฏิบัติธรรมในวันนี้ ต้องต่อสู้กับความหงุดหงิดในใจ รอฟังนาฬิกาว่าเมื่อไหร่มันตี มันจะหมดเวลา นั่งหมุนเป็นเลขแปด ไปก็มี นั่นเพราะว่า จิตมันไปเอาอารมณ์เก่า ๆ ที่ผ่านมา มาคลุกเคล้า มาต่อสู้กับมันอยู่นี้ ไม่รู้ว่าแพ้ หรือชนะ บัลลังก์หนึ่งก็แพ้ บัลลังก์หนึ่งก็ชนะ การทำสมาธิ เหมือนการทำสงคราม แต่นี้คือการทำสงครามทางจิต โดยไม่มีผู้ตาย แต่มีเรานี้แหละ มีจิตเรานี้ เป็นสนามรบ เป็นทั้งทหาร เป็นทั้งผู้ร้าย ข้าศึกศัตรูที่จะมาโจมตี ทำให้จิตเสียทำให้จิตท้อแท้ ทำให้จิตนั้นหมดหวัง เหนื่อยหน่าย วันนี้เราถูกข้าศึกโจมตีตั้งตัวไม่ทัน บางทีก็หมดสภาพเลย นั่นคือภาวะที่เราขาดสติ คือกำแพงกั้น ตัวสติคือกำแพงกั้น กั้นข้าศึกไม่ให้โจมตีได้ทันท่วงที ข้าศึกจะโจมตีก็ต้องผ่านกำแพงนั้นมาก่อน แต่นี้กำแพงก็ไม่มี ทหารองครักษ์ รับใช้ก็ไม่มี เพราะเราเปิดประตูให้ข้าศึกเข้ามาเอง พอได้ยินเสียงปุ๊ป เอาแล้ว จิตมันหวั่นไหว นั่งไปปุ๊ป มันปวดขา เอาอีกแล้ว มันทรมาน บางทีมันน๊อคเราเลย หลับไปเลย นั่นคือตัวสติมันอ่อน ฉะนั้น เราต้องมีสติ ที่จะคอยตั้งป้อม มีสติ มีสัมปชัญญะ รู้อาการที่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการที่เราเห็นอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบุญหรือบาป ต้องรู้เห็นทุกอัน กำหนดทุกอัน รู้เท่าทันทุกอาการ เมื่อเรารู้เท่าทันทุกอาการ เมื่อนั้นแหละ สติมันแก่กล้าขึ้น โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (วีระนนท์ วีรนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช จากพระธรรมเทศนา ในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อครั้งที่ ๑๐๔ ระหว่างวันที่ ๑-๘ กันยายน ๒๕๖๑ ติดตามชมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=_BtPWezfLPk ภาพประกอบ พระอาจารย์พิชิต มหาวีโร (พระวิปัสสนาจารย์) นำโยคีปฏิบัติธรรม ในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ทุกวันที่ ๑-๘ ของทุกเดือน