ทางสายตรง...สู่นิพพาน การปฏิบัติกรรมฐานก็เช่นกัน พองหนอ ยุบหนอ มีอยู่ตามธรรมชาติ เพียงแต่หากมีจิตสงบ เราก็จับได้ พระพุทธเจ้าทรงค้นพบประกาศให้คนรู้จักวิธีการนี้ทำให้จิตใจสงบ ทำให้หลุดพ้นความทุกข์ได้ หรือทำให้มีจิตใจสงบ ทำให้เกิดปัญญา โดยวิธีแต่ละขั้น ๆพระพุทธเจ้าทรงชี้บอกให้หมด เพียงแต่ว่าใครจะเลือกแนวทางใดในการเดิน เราจะเดินเส้นทางตรงหรือทางอ้อม ตามที่ได้บอกไปว่าเรื่องการฝึกฌานเป็นทางอ้อม เพราะการฝึกฌาน หากเข้าสู่ภาวะนิพพานจะต้องยกจิตเข้าสู่วิปัสสนาเหมือนพระพุทธเจ้าจะดับขันธปรินิพพานทรงเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตตุถฌาน ครบรูปาพจรสมาบัติทั้ง ๔ ตามลำดับ จิตมันดับละเอียดแล้วก็ถอยออกจากฌาน ๔ เข้าอรูปสมาบัติทั้ง ๔ คือ อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะอากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ตามลำดับ ออกจากเนวสัญญานาสัญญาตนสมาบัติ ทรงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ เมื่อออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ แล้วถอยเข้าฌาน ๔-๓-๒-๑ เข้า สู่รูปาพจรทั้ง ๔ เป็นปฏิโลมตามลำดับ จนดับขันธปรินิพพาน นี่เป็นการกล่าวโดยย่อฉะนั้นการเห็นแสงสีเป็นเรื่องปกติไม่เป็นไร แสดงว่าโยคีผู้ปฏิบัติก็เริ่มสนุกแล้ว แต่ไม่ให้ยึดติดตรงนั้น เพราะมันเป็นเรื่อง ธรรมดาขั้นพื้นฐานเท่านั้นเอง โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “อิสระแห่งจิต” เล่ม ๑ หน้า ๑๖๐ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17 ที่มาของภาพ กิจกรรมวัดป่าเจริญราชเป็นเจ้าภาพบวชพระหมู่บนดอยอ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่