จากปีติสัมโพชฌงค์ มาปัสสัทธิสัมโภชฌงค์ ความสงบระงับจิตในจิต จิตในจิต ในจิตใต้สำนึกและจิตที่วิจิตร เรียกว่า ตทังคจิตหรือวิมุตติจิต จิตที่มันดับสนิท ไม่มีอะไรมาขุ่นข้นให้มันมัวหมองได้ ให้มันมัวหมองได้ ท่านว่า ตทังค มันดับหมดทุกอารมณ์ที่เกิดอยู่ ไม่ใส่ใจใยดีกับอารมณ์นอกๆ เพียงแต่รู้ เออ...เท่านั้นแหละ นั้นคือ ภาวะที่เข้าสู่องค์ธรรม ระงับกาย ระงับจิต ระงับอารมณ์ ระงับเวทนา ระงับความวิตกกังวล ระงับความกลัวทุกอย่าง ทุกอย่างในชีวิต ในชาตินี้ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ตายที่ไหน เมื่อไหร่ เวลาไหน พร้อมทุกเวลา เพราะจิตมันระงับความทุกข์ทั้งปวงได้ ความวิตกกังวลได้ นั้นคือ ปัสสัทธิสัมโภชฌงค์ มันดื่มด่ำกับสภาวธรรมอยู่ตลอดเวลา เหมือนน้ำซึมบ่อทราย ซึมไปเรื่อยๆ ไม่มีหมดแห่งพลังจิตและสภาวธรรมของจิต เหมือนกับโยคีนั่งไปเหงื่อซึมออก นั่นแหละจิตที่ซึมเข้าไปภายใน มันก็จะเริ่มเปลี่ยนภายในหละคราวนี้กลไกภายในของจิต เริ่มมีความรู้สึกว่าเปลี่ยน จากที่ทำไม่แนบเนียน ไม่อ่อนนุ่มละเมียดละไม มันก็จะอ่อนนุ่มละเมียดละไมหละคราวเนี้ย ทั้งการเดิน การยืน การนั่ง การนอน มันจะเกิดความระมัดระวังแบบอัตโนมัติและก็เป็นไปโดยธรรมชาติต่อเนื่อง นั้นคือสภาวธรรมเปลี่ยนจิตเรา เปลี่ยนความรู้สึกในจิตเรา ไม่ใช่ความรู้ เหนือความรู้ไปแล้ว เหนือความรู้ เหนือความคิด เป็นรหัสแห่งจิตที่บ่งบอกอย่างนั้น โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) ธรรมบรรยายโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๙๔ เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/youtube.php