เริ่มตั้งแต่อุปจารสมาธิ บางคนก็เห็นเป็นนิมิต เป็นนิมิต ขณิกสมาธิ แต่มีความรู้สึก แต่อุปจารสมาธิก็จะเกิดนิมิต เห็นสิ่งนั่นเห็นสิ่งนี้ เห็นผู้คนอื่นที่ตายไป เห็นป่าภูเขา แม่น้ำ นั้นอยู่ในขั้น อุปจารสมาธิ จิตที่อยู่ในอุปจารสมาธิ บางทีเห็นคู่กรรม คู่เวร ก็มี นึกถึงตนเอง อดีตที่ทำไว้ มันก็โผล่ขึ้นมาก็มี บางทีมันไม่ได้นึกหรอก มันโผล่ขึ้นมาเลย โผล่ขึ้นมาเป็นตัวเอง เป็นสภาพกายใน หรือ อทิสมานกาย ที่ปรากฏขึ้นเป็นตัวเราเอง เห็นปุ๊บมันก็ดับลง เกิดขึ้นมาใหม่ดับลง เกิดขึ้นมาใหม่ ดับลง เกิดขึ้นมาใหม่ เห็นต่อเนื่องๆกัน ถ้าเราเห็นอย่างนี้ เรามีสติ ตามดู ตามรู้ ตามเห็น สิ่งที่มันปรากฏเกิดขึ้นเป็นนิมิตนั้นอยู่ จนนิมิตนั้นวูบเข้ามาในตัวเรา นั่นแหละคือสภาวะที่ญาณนี้จะส่งบอกให้เราได้ระลึกชาติ แต่ยังไม่ระลึกนะ มันจะนำมาให้เราได้ลึกลงไปอีก จิตก็จะระลึกถึงชาติตนเองได้ บางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าระลึกชาติ แต่เป็นมิติแห่งภาพ เป็นรหัสแห่งภาพที่ปรากฏให้เราได้เห็น ตรงนี้แหละมันจะไถ่ถอนเจ้ากรรมนายเวรที่เราทำไว้ เจ้ากรรมนายเวร กรรมเก่าเล็กๆน้อยๆ ถ้าโยคีผู้บำเพ็ญเพียรมากขึ้น เราทำแท้งปุ๊บ เราก็จะเห็นลูกปรากฏมา มุ่งจะทำร้ายต่อสู้กับเรา เพราะเราทำร้ายชีวิต จนเราแผ่เมตตาให้ไปโดยลูกบอก “อโหสิกรรมแม่ จบ” เราฆ่ากบ ฆ่าไก่ โยคีหักขากบ ภาวนาไปๆ มันไม่เป็นไร มันปวดๆๆๆๆๆแต่ยอมตาย สุดท้ายมันหายเลย โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีระนนฺโท) จากธรรมบรรยายในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๕๗/๖ วันที่ ๖ มี.ค. ๒๕๕๗ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=z0VbRQuad88