อย่างโยคีนั่งสมาธิ มันเกิดความสุขในสมาธิ มันเกิดความสุขที่เกิดขึ้นที่มีสมาธิ ถามว่าความสุขของสมาธิ เป็นเช่นไร อธิบายได้ไม่ถึงที่สุด บอกว่าสุขสงบดีเหลือเกิน โอ้ย มันความรู้สึก สภาวะจริงๆมันลึกกว่านั้น สุข เย็น ซาบซ่า สุขแบบโปร่งเบาสบาย สุขแบบสดชื่นแจ่มใส สุขแบบเร้นเหลือจนน้ำตาออกมา สุขแบบเยือกเย็นเหมือนเรานั่งอยู่ในภูเขาน้ำแข็ง หรือสุขเหมือนกับเราดื่มน้ำแข็งใส่ของหวาน แต่มันหาคำอธิบายที่คำว่าสุขที่เกิดจากสมาธิลึกๆไม่ได้ พระพุทธเจ้าถึงว่า จึงเรียกว่าสุขขัง สุขคติ ความสุขที่หาสิ่งเปรียบเทียบภายนอกไม่ได้ ในชาตินี้ถ้าเราเจอความสุขจากสมาธิ บ่อยเข้าๆๆ นานเข้า หรือวันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง เราเจอความสุขที่เกิดจากสมาธิสัก ๒๐ ชั่วโมง ชีวิตเราจะยืดยาว ชีวิตเราจะยืดยาว ผิวพันธุ์ไม่ย่น ไม่หย่อนยาน มันจะดูเหมือนปกติ นั้นถ้าหากมีสมาธิอยู่ในระยะ ๒๔ ชั่วโมง เรามีสัก ๒๐ ชั่วโมง หรือ ๑๕ ชั่วโมง หรือ ๗ ชั่วโมง มันก็จะลดหลั่นลงมา ภาวะที่จิตที่มีสมาธิที่มันคลึงเคล้ากับอารมณ์ อารมณ์ที่มันเกิดขึ้น อารมณ์ที่มันเยือกเย็น อารมณ์ที่มันนิ่ง สภาวะกายนิ่ง สภาวะจิตมันดิ่ง อารมณ์ที่มันเกิดความสุข มันไม่วิตกกังวล พอไม่วิตกกังวล สภาวะอะไรที่จะเกิดขึ้นกับจิต ที่มันจะแฝงขึ้นมาในจิตที่ปรากฏเกิดขึ้น นั้นแหละท่านเรียกว่า ญาณะ ญาณหรือวิปัสสนาญาณเกิด ตัววิปัสสนาญาณเกิด มันไม่เกิดจากความคิด แต่มันเกิดจากการภาวนา หรือมันเกิดจากสมาธิที่มั่น โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีระนนฺโท) จากธรรมบรรยายในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๕๗/๖ วันที่ ๖ มี.ค. ๒๕๕๗ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=z0VbRQuad88