โยคีผู้ภาวนา พุทโธ พุทโธ ก็เหมือนกัน ต้องจับภาวะลมเข้า ลมออกนั้นให้ต่อเนื่อง ให้จับตั้งแต่ต้นลม กลางลม ปลายลมให้ได้ ถ้าจับต้นลม กลางลม ปลายลมให้ได้แล้ว นั่นแหละ สมาธิมันเกิดขึ้น มันไม่วิตกกังวล มันจะแน่วแน่ หนัก อาการที่ร่างกายเรานั่งไปหนักตัวนั่นแหละ สภาพธาตุดินปรากฏให้เห็น อาการที่แข็งทื่อนั่นแหละ คือ สภาพดินปรากฏให้เห็น บางครั้งตัวเรายืดยาวขึ้นไป นั้นสภาวะ ที่เป็นสภาวธรรมที่ปรุงแต่งขึ้น โดยที่เราไม่ได้คิด ไม่ได้นึก แต่มันปรุงแต่งเรื่องของกาย ที่เป็นกายใน ไม่ใช่กายนอก ภาวะอีกกลุ่มหนึ่งเค้าเรียกว่า อธิสมานกาย กายที่เป็นเหมือนดั่งความฝัน หรือกายเหมือนดั่งรูปลางเลือน เหมือนเราฝัน บางทีเห็นตัวยาวยืดขึ้น บางทีเห็นตัวหดสั้นเล็กๆๆๆ ลงไป บางทีเห็นตัวเองนั่งเข้าไปในใต้ดิน หดลงไปเหลือแต่คอ ก็ไม่ต้องวิตกกังวล พึงมีสติรู้เท่าทัน รู้หนอๆๆๆ กำหนดลงไป ถ้ามันยังมีวิตกกังวล รู้หนอ นั่งหนอ รู้หนอ นั่งหนอ รู้ว่าเรารู้อยู่ว่าการตัวยืด ตัวใหญ่ ตัวพอง ตัวหด ตัวสั้น แล้วก็รู้ว่าเรานั่งอยู่ แค่สติมันมี ถ้าไม่เช่นนั้น ก็ไม่ต้องวิตกกังวล โยคีก็กำหนดรู้ต่อไปเลย หรือดูต่อไป ไม่ต้องไปใส่ใจมันมาก ไม่ต้องวิตกมาก เพราะอะไร เพราะการที่เกิดนั้น เรียกว่า สภาวะ สภาวะกายในที่ปรากฏให้เห็นชัดเจน ถามว่าอันตรายไหม ไม่มีอันตรายขอให้มีสติ ไม่ทำให้เกิดอันตราย ขอให้เรา มีสติรู้ว่ามันอะไรมันเกิด ไม่ต้องไปตกใจ ที่เราตกใจแหละ คือ สิ่งที่เราจะขาด ไม่ได้ โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีระนนฺโท) จากธรรมบรรยายในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๕๗/๖ วันที่ ๖ มี.ค. ๒๕๕๗ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=z0VbRQuad88