สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ เพียรมาดูใจเราว่า เออ...บาปที่มันอยู่ในใจเรามันมีกี่ชนิด เราเอามันออกไปแล้วกี่ชนิด เอาทิ้งไปแล้วกี่ชนิดจากใจเรา จากปากเรานี้ มีกี่ชนิด เอาทิ้งออกจากปากได้กี่ชนิดแล้ว จากสมองเรานี้ ที่เป็นของเน่า เอามันออกไปกี่ชนิดแล้ว มันเหลืออยู่กี่ชนิด นั้นคือเพียรพยายามที่จะละบาป เพียรที่จะสร้างความดีให้เกิดขึ้น คือกุศลหรือบุญนั่นเอง มันยังไม่มีขึ้น ทำอย่างไรจึงจะให้มี ก็สร้างให้มันมีขึ้น มันมีแล้วทำอย่างไร ก็รักษามันเอาไว้ บาปที่ยังไม่เกิด อย่าให้เกิดกับจิต มันเกิดขึ้นแล้วทำยังไง ต้องหาวิธีทำลายมันออกไป ทำลายแล้ว หมดสิ้นแล้ว ทีนี้ทำยังไง คราวนี้ สร้างคุณงามความดีเป็นเกราะกำบังจิตของเราไว้ ตัวสติเป็นตัวสกัดกั้น สิ่งที่จะมาทำให้ใจเศร้าหมอง อุปมาเหมือนพระพุทธรูป ที่เราครอบไว้ด้วยแก้ว ทำไมจึงเอาแก้วมาครอบพระพุทธรูป เพราะเราต้องการ ไม่ให้ฝุ่นมาเกาะพระพุทธรูป เมื่อฝุ่นละอองมี มันก็เกาะที่แก้ว ไม่สามารถเกาะที่องค์พระพุทธรูปได้ พระพุทธรูปก็สะอาดบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา สติ อุปมาเหมือนแก้วที่ครอบพระพุทธรูปไว้ จิตคือตัวพระพุทธรูป เมื่อฝุ่นคือกิเลส ไม่เกาะไปถึงจิต จิตมันก็อยู่สงบนิ่งเป็นปกติ ไม่ดำไม่แดง ไม่เอียงซ้าย เอียงขวา เพราะมันเข้าไม่ถึงจิต โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ วิ. (หลวงพ่อวีระนนท์ วีระนนฺโท) จากธรรมบรรยายในโครงการพัฒนาจิตเพื่อพ่อ ครั้งที่ ๘๗ วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ สนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=52TTjkprQLo