ประการที่สาม (ตอนจบ) สู้แบบศรีธนญชัย ศรีธนญชัยเขาสู้ยังไง พอมีอาการปวดปุ๊บ ศรีธนญชัยไม่สนใจปวดแล้ว ร้องเพลงเลยอิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมา เลยโยมบางท่านท่องสวดมนต์ไปเลย พอมันหายปวดแล้วค่อยกำหนดพองหนอยุบหนอต่อ นั่นวิธีการต่อสู้กับความทุกข์ แต่ต้องดูว่าอินทรีย์เราเข้มแข็งพอไหม ถ้าเราเข้มแข็งได้พอสู้ได้ก็สู้อย่าเพิ่งหลบอย่าเพิ่งหนี ถ้าหลบถ้าเราหนี ก็จะไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร ให้เห็นชัดเจนก่อน ว่าทุกข์มันคืออะไร ทำไมมันจึงมีทุกข์ ทุกข์ เพราะเรานั่งนาน ไม่นั่งนานก็ทุกข์ เพราะมันเป็นสิ่งที่คู่กับชีวิต ทุกข์กาย ทุกข์ใจ พระพุทธเจ้าจึงอุบัติขึ้นมา สอนเรื่องทุกข์ กับเรื่องดับทุกข์สองอย่าง อย่างอื่นเขาสอนกันมาแล้วเยอะแยะพระพุทธเจ้าจึงอุบัติขึ้นมา เพื่อสอนเรื่องทุกข์กับเรื่องดับทุกข์สองอย่างเท่านั้น ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป ท่านว่าทุกข์ให้กำหนดเข้าไปรู้ รู้ในสภาวะที่ทุกข์ ลักษณะทุกข์มีหนึ่งทุกขลักษณะ ทุกข์ในสภาวะ ทุกข์อุปทาน ลักษณะของทุกข์มองดูโยมนั่งหน้าบิดหน้าเบี้ยวนั่นคือลักษณะโยมโอย อาตมาเห็นโยมทุกข์แล้ว หรือเห็นคนอื่นๆ เด็กคนอื่นร้องไห้โอ๊ย คนนี้ทุกข์แล้วเราคิดว่าเขาทุกข์ แต่ถามจริงว่าเด็กทุกข์ไหม ไม่รู้ บางทีเขาไม่ทุกข์ได้ เพราะคนเรามีอยู่สองอย่างดีใจก็ร้องไห้เสียใจก็ร้องไห้ ผิดหวังบางทีก็หัวเราะสมเพชตัวเองหัวเราะเลย ทุกข์มันล้นก็เลยหัวเราะตัวเอง ลักษณะทุกข์ ทุกข์เพราะปวดท้องหิวข้าว ทุกข์เพราะปวดหัวเป็นโรค ทุกข์เพราะปวดท้องจะเข้าห้องน้ำ นี้คือลักษณะทุกข์ ทุกข์เพราะมันร้อน ทุกเพราะมันหนาว นี่คือลักษณะทุกข์ ต่อมาสภาวะทุกข์ ทุกข์เพราะถูกความคิดเข้าบีบคั้น ทุกข์เพราะอาการที่ทรมานทางจิต ทุกข์เพราะลักษณะที่มันเป็นแผล แล้วมีลักษณะที่มันปวดมานาน สภาวะจิตก็ไม่สามารถจะทนต่อได้ นั่นคือลักษณะทุกข์ สภาวะทุกข์ อุปาทานการเข้าไปยึดมั่นถือมั่น อัตตาตัวตนว่าฉันทำไม ว่าฉันไม่ได้ ฉันตั้งใจมาแล้ว ฉันโกรธทุกข์ ความโกรธก็คือ ความทุกข์ ความโลภก็คือความทุกข์ ความไม่พอใจก็คือความทุกข์ ไปยึดที่เขาว่าเรา มันไปยึด พอไปยึดมันตัวตนใหญ่กว่าตัวกาย ตัวกูมันใหญ่กว่าตัวกาย สุดท้ายตัวกูกับตัวกายทับกันตายทั้งคู่เลย ภาวะจิตของเราต้องไปรู้ ท่านว่าทุกข์ให้กำหนดรู้ รู้ตรงไหน จุดใดที่เป็นทุกข์กำหนดให้เห็นปัจจุบัน ณ กาลทุกข์ แต่ถ้าเรากำหนดทันมันจะเตือนภัยเหมือนรถไฟมา ปู๊ดๆ เขาเตือนมาแล้ว ไฟแดงมาแล้ว เราก็กำหนดรู้ก่อน รู้หนอๆ รู้มันจะมาทุกข์ พอกำหนดปุ๊บกำหนดทันมันตัดทุกข์ไปเลย มันดับไปเลย นั่นสภาวะทุกข์ก็ไม่เกิด แต่อะไรเกิดขึ้น ก็กำหนดปุ๊บ ได้ทันปัจจุบันอารมณ์ มันจะไม่เกิด แต่ถ้ามันเกิดปื๊ดขึ้นมาไปแล้ว เราตามมันทันไหมละ ต้องตามให้ทัน ถ้าตามไม่ทัน ต้องตั้งหลักให้ดีๆ มึงไม่ตายกูก็ตาย โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “หัวใจของกรรมฐาน” หน้า ๑๑๕ – ๑๑๖ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17