ฉะนั้นการปฏิบัติกรรมฐาน การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถามว่ายากไหม จึงตอบว่า ถ้าบอกว่ายากก็ยาก ถ้าบอกว่าง่ายก็ง่าย อยู่ที่ใจสู้หรือไม่ ใจสู้หนักแน่นขยันหมั่นเพียร ศึกษาเล่าเรียนเพียรปฏิบัติ มันก็จะไปถึงเส้นชัยได้ ดังนั้นวันนี้อาตมาจึงได้ยกนิกเขปบทพจนคาถาที่พระศาสดาจารย์ตรัสว่า ยํ ปุพฺเพ ตํ วิโสเสหิ ปจฺฉาเต มาหุ กิญฺจนํ มชฺเฌ เจ โน คเหสฺสสิ อุปสนฺโต จริสฺสสิ แปลเป็นภาษาไทยเนื้อในใจความว่า เธอทั้งหลายจงทำกิเลสในอดีตให้เหือดแห้ง กิเลสในอนาคตอย่าได้มีแก่เธอ ถ้าเธอไม่ยึดมั่นในปัจจุบัน เธอก็จะเป็นผู้ไม่สงบได้เลย ฉันใดก็ฉันนั้น จิตไม่ดูอารมณ์ปัจจุบัน ความสงบก็จะไม่เกิดขึ้นฉันใดก็ฉันนั้น เหมือน ชาวนาที่ถือหางไถ ไม่มีเชือกชักวัว วัวก็จะไปไม่ตรงร่องที่ไถนานั้น เช่นเดียวกันการปฏิบัติของผู้ปฏิบัติก็เช่นเดียวกัน หากขาดซึ่งวิริยะแล้ว ไซร้ ก็จะไม่สามารถเกิดสมาธิได้ เมื่อสมาธิไม่เกิด สัมปชัญญะไม่ได้ สมัปชญัญะไม่มาปัญญหายากไม่มี เมื่อ ปัญญาไม่มีการร้แห่งธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับกายและจิตย่อมไม่รู้ไม่เห็น เมื่อไม่รู้ไม่เห็นสภาวธรรม รูปนาม เกิดขึ้นก็ไม่รู้ เพราะไม่มีสติกำหนดรู้ เพราะไม่มีสติกำหนดรู้ วิริยะไม่เกิดขึ้น การตั้งใจมั่น เจตนา แต่ไม่มีการลงมือทำ มีการลงมือทำแต่ขาดการต่อเนื่อง สภาวธรรม สภาวะจิตก็จะถูกปิดอำพราง ด้วยนิวรณธรรมทั้งห้าประการที่กล่าวมาแล้ว โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “หัวใจของกรรมฐาน” หน้า ๗๖ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17