เจ้าของรอยเท้านี้จะไม่มีความยินดีในกามคุณนางมาคันทิยากล่าวซ้ำอีกว่า ชายผู้นี้มีคุณสมบัติเลิศในทางโลก เป็นที่บูชาของคนทั้งหลายตลอดแม้เทพเจ้าทั้งมวล ด้วยรอยพื้นเท้าที่ปรากฎอยู่ในภาคพื้นนี้ ตามคำภีร์พยากรณ์ศาตร์ แสดงไว้ชัดดังนี้ :- รตฺสสฺส หิ อุกฺกุฏิกํ ปทํ ภเว, คนมากด้วยราคะ พื้นเท้าจะเว้าลึกเข้าไป ทุฏฐจสฺส โหติ สหสานุปีฬิตํ, คนมากด้วยโทสะ จะหนักส้นเท้า มุฬฺหสฺส โหติ อวกฑฺฒิตํ ปทํ, คนมากด้วยโมหะ จะหนักปลายเท้า วิวฏจฺฉทสฺส อีทมีทิสํ ปทํ, คนมีพื้นเท้าเสมอเช่นนี้เป็นผู้หมดราคะ ฝ่าพระบาทหรือรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ไม่แสดงสิ่งอื่นที่นอกเหนือความราบเรียบเสมอสมดุลกันทั้งหมด ไม่ว่าจะปลายเท้าเวลาเหยียบเท้าลง อุ้ง เท้าหน้ากับ ส้นเท้า กลางเท้า ข้างเท้า นิ้ว เท้าเหยียบลงพื้นดินมีความหนักแน่นเท่ากัน ไม่มีตรงไหนหนักตรงไหนเบา มีความเสมอกันหมดราบเรียบ นั่นคือรอยเท้าของผู้สิ้นกิเลส ดูรอยเท้าเราก็ได้ เราหยุดตรงไหนบ้างดูให้ชัดเจนมันจะปุ่มลงไปเลยตรงอุ้งเท้า ถ้าใครลงส้นเท้าเยอะๆ โทสจริตมาก ลองดูเว้าลึกตรงฝ่าเท้าแสดงว่าเป็นราคจริตเยอะบอกได้เลยว่า การดูรอยเท้าดูวิธีการเหยียบเท้า หนักปลายเท้าแสดงว่า โมหจริตมาก เราจะเห็นว่ารอยฝ่าพระบาทของพระพุทธเจ้าที่เราไปดูไปกราบรอยพระพุทธบาทต่างๆในสถานที่ต่างๆนั้น เป็นอย่างที่อาตมาว่าไหม ถ้าไม่ใช่ผิดลักษณะ ผิดลักษณะร่องรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า แล้วรอยของพระพุทธเจ้าจะไม่มีการเหยียบรอยซ้ำรอยทำไมถึงไม่มีการเหยียบซ้ำรอย ท่านถือเป็นพุทธประเพณี ถ้าเหยียบซ้ำรอย ไม่ใช่รอยของพระพุทธเจ้า จำไว้นะโยมนะ รอยของพระพุทธบาทมีไม่กี่รอยหรอก แต่รอยของนักพรตมีเยอะมากๆ ยิ่งสมัยก่อนแผ่นดินมันนิ่ม ตั้งแต่เริ่มต้นของการเกิดโลก แผ่นดินมันนิ่ม ใครเหยียบฝากรอยไว้ก็ฝากไว้เต็มที่ ก็หาอะไรมาล้อมไว้จนนานๆ มันก็แห้งแข็งตัวเหมือนกันกับศิลาแลง ศิลาแลงเราเหยียบลงไปเนี่ย มันก็ปุ่มลงไปเลยพอขึ้นมาถูกอากาศสักพักหนึ่ง ไม่ถึงสามสิบนาทีมันก็แห้งแข็งตัวแล้ว เป็นก้อนหินศิลาแลง รอยเท้าของพระพุทธเจ้า รอยเท้าของพระอรหันต์ จะเสมอราบเรียบกัน โอวาทธรรม พระครูปทุมภาวนาจารย์ (หลวงพ่อวีระนนท์ วีรนนฺโท) จากหนังสือ “หัวใจของกรรมฐาน” หน้า ๑๑ – ๑๓ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpacharoenrat.org/home/medial.php?prid=17